แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอโฟน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอโฟน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ภาพ mock up ไอโฟน 5 (iPhone 5) สีขาว

หลังจากที่เราได้เห็นภาพหลุด ไอโฟน 5 (iPhone 5) ตัวเครื่องสีดำกันไปแล้ว จากบทความอัพเดท ไอโฟน 5 (iPhone 5) ก่อนหน้านั้น ในวันนี้ เราจะมาชมภาพ mock up ไอโฟน 5 (iPhone 5) ในแบบสีขาวกันบ้างครับ เรียกได้ว่า สวยและน่าใช้ไม่แพ้ ไอโฟน 5 (iPhone 5) สีดำเลยทีเดียว





โดยภาพ mock up ไอโฟน 5 (iPhone 5) นี้ เป็นผลงานการออกแบบของ Martin Hajek ที่ได้สร้างสรรค์ ไอโฟน 5 (iPhone 5) นี้ขึ้นมา จากข่าวหลุดที่เราได้ยินกันมานั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็น ตัวเครื่องแบบทูโทน, dock connector ที่มีขนาดเล็กลง, ลำโพงและไมโครโฟนสำหรับสนทนา มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือเปลี่ยนช่องเสียบหูฟังมาไว้ด้านล่างตัวเครื่องแทน เป็นต้น นอกจากนี้ Martin Hajek ยังเพิ่มสมจริงให้กับภาพ mock up ไอโฟน 5 (iPhone 5) รุ่นนี้ ด้วยการใส่ลายนิ้วมือ ไว้ที่ด้านหลังตัวเครื่องด้วยครับ คล้ายกับว่า ได้โดนสัมผัสจริงๆ ด้วยนั่นเองครับ
ส่วน ไอโฟน 5 (iPhone 5) ตัวจริง จะมีลักษณะแบบนี้หรือไม่ ประมาณช่วงปลายเดือนกันยายน - ตุลาคม คงจะได้ทราบข่าวกันอย่างแน่นอนครับ - gsmarena.com


ข่าวสาร IPHONE 5




กลับมาติดตามความเคลื่อนไหวของ ไอโฟน 5 (iPhone 5) กับเว็บไซต์เทคโมบล็อคกันเหมือนเช่นเคยครับ โดยข่าวอัพเดท ไอโฟน 5 (iPhone 5) ล่าสุดนั้น มาจากสำนักข่าว Digitimes เจ้าเก่า ที่มักนำเสนอข่าวสาร ไอโฟน 5 (iPhone 5) มาอย่างต่อเนื่อง แต่บ่อยครั้งที่ข้อมูลดังกล่าวมักจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง โดย Digitimes รายงานว่า Apple จะใช้ชิป Apple A6 ซึ่งเป็นซีพียูระดับ Quad-core Processor ที่ใช้สถาปัตยกรรม Exynos 4 ของซัมซุง กับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) ครับ

สำหรับซีพียูระดับ Quad-core Processor นั้น ได้ถูกนำมาใช้บนสมาร์ทโฟนกันอย่างแพร่หลายแล้ว นำโดย Samsung, HTC, LG และ Meizu ฉะนั้น จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร ถ้าหาก Apple จะใช้ซีพียูระดับ Quad-core Processor กับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) บ้าง เพื่อให้สามารถแข่งขับกับสมรภูมิสมาร์ทโฟนที่กำลังเข้มข้นอยู่ในขณะนี้ โดยคาดกันว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
อย่างไรก็ดี Digitimes ให้ข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ Apple กลับเลือกสถาปัตยกรรม Exynos 4 32nm จากซัมซุงให้กับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) แทนที่จะเป็น Qualcomm ที่สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่เลือกใช้กัน - gsmarena.com
สำหรับกำหนดการเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5) นั้น ตามนโยบาย Product cycle ของ Apple นั้น ทำให้คาดการณ์กันว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) น่าจะเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ แต่นักวิเคราะห์ท่านหนึ่ง นามว่า Brian White ได้คิดต่างจากนักวิเคราะห์ท่านอื่นๆ ครับ โดยกล่าวว่า ไอโฟน 5 (iPhone 5) จะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้อย่างแน่นอน ซึ่งมีเหตุผลประกอบการวิเคราะห์หลายประการด้วยกัน หลักๆ ก็คือ ในเดือนกันยายน ที่จะถึงนี้ จะมีงานเปิดตัวที่สำคัญๆ หลายงาน ไม่ว่าจะเป็น งาน Nokia World การเปิดจำหน่าย Windows 8 รวมไปถึงข่าวลือของ Samsung Galaxy Note II (Samsung Galaxy Note 2) ที่แว่วๆ ว่า จะเลื่อนเปิดตัวในเดือนนี้ เพื่อชิงเก้าอี้กับ ไอโฟน 5 (iPhone 5) เช่นกัน โดยในมุมมองของนักวิเคราะห์ มองว่า ใครชิงเปิดตัวก่อน มีสิทธิ์ก่อนครับ

อย่างไรก็ดี เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวว่า Apple กำลังประสบปัญหากับแบตเตอรี่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะถูกนำมาใช้บน ไอโฟน 5(iPhone 5โดยมีจำนวนแบตเตอรี่เพียง 30% เท่านั้น ที่ผ่านมาตรฐานของ Apple ในตอนนี้ แต่เชื่อว่า ปัญหาดังกล่าว น่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับการเปิดตัว ไอโฟน 5 (iPhone 5) มากนัก เนื่องจาก Apple คงสามารถจัดการแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีอยู่แล้ว ถึงแม้ว่า ในมุมมองของ Brian White จะมองว่า ยังไง ไอโฟน 5 (iPhone 5) ก็เปิดตัวเดือนกันยายนนี้แน่ๆ แต่เพื่อความสมบูรณ์ในการผลิต 100% ก็มีความเป็นไปได้ที่ ไอโฟน 5 (iPhone 5) อาจจะเลื่อนเปิดตัวไปเดือนตุลาคม ตามที่นักวิเคราะห์ท่านอื่นๆ พยากรณ์เอาไว้ก็เป็นได้ครับ


 

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แบทเตอรี่ไอโฟน




หากพูดถึงอุปกรณ์ที่ต้องพกพาแล้วสิ่งที่เราจะอดคิดถึงไม่ได้เลยก็คือ " battery " หากพูดถึงแบตเตอรี่แล้วเราอาจจะเกิดคำถามสงสัยขึ้นมาในใจว่า "ซื้อมาครั้งแรกนั้น ต้องชาร์ตที่ชั่วโมง" "ถ้าแบตเตอรี่ยังไม่หมด แล้วจะชาร์จได้ไหม" วันนี้ทางทีมงาน iPhone 4 Society จะมาอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับ battery ให้เพื่อนๆได้หายสงสัยกันครับ
       
        ปัจจุบัน battery ที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย คือ battery ชนิด Li-ion ( Lithium-ion อ่านว่า ลิเทียมไอออน ) ซึ่ง Apple ก็ได้นำ battery ชนิดนี้มาใช้กับ iPhone / iPod / iPad หรือไม่ว่าจะอุปกรณ์พกพา อุปกรณ์ทั้งหลายทางเทคโนโลยีที่คุ้นเคย นิยมใช้แบตเตอรี่แบบ Li-ion เช่นกัน

        Battery ชนิด Li-ion นั้นสามารถเก็บประจุไฟได้มากกว่า battery ชนิด nickel และจุดเด่นของ battery ชนิด Li-ion นั่นคือ มีน้ำหนักเบากว่า ใช้งานได้ยาวนานกว่า และยังสามารถชาร์จไฟได้ทุกครั้งตามเราที่ต้องการ พูดง่ายๆคือ สามารถชาร์จ battery เมื่อไหร่ก็ได้ โดยที่ battery นั้นยังไม่หมดก็ได้ นั่นเอง


การชาร์จไฟของ battery ชนิด Li-ion นั้นจะแบ่งเป็นสองช่วง คือ 0 - 80% แรกนั้นเป็นการชาร์จเร็ว เรียกว่า Fast Charge หลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงที่สอง เป็นการชาร์จอย่างช้าๆไปจนถึง 100% เรียกว่า Trickle Charge






การนับรอบการชาร์จของ battery ชนิด Li-ion ( Charge Cycle ) นั้น จะนับความจุที่เราชาร์จเข้าไปในแต่ละครั้ง แล้วนำมาบวกกันจนครบ 100% เมื่อครบ 100% แล้วจะนับเป็น 1 รอบ หรือ 1 Cycle นั่นเอง เช่น
วันที่ 1 iPhone มี battery เหลืออยู่ 50% แล้วทำการชาร์จจนเต็ม 100% ( +50% )
วันที่ 2 iPhone มี battery เหลืออยู่ 80% แล้วทำการชาร์จต่อจนเต็ม 100% ( +20% )
วันที่่ 3 iPhone มี battery เหลืออยู่ 70% แล้วทำการชาร์ตต่อจนเต็ม 100% ( +30% )
จากตัวอย่างข้างต้น เราจะได้ 1 รอบการชาร์จ ( 50% + 20% + 30% = 100% )

        โดยปกติแล้ว battery ชนิด Li-ion นั้นจะเก็บความจุลดลงทุกครั้งเมื่อมีรอบการชาร์จมากขึ้น  สำหรับ battery ของ iPhone / iPod ยังสามารถเก็บประจุได้ประมาณ 80% หลังจากผ่านการชาร์ตไปประมาณ 400 รอบ

        การดูแลรักษา battery ชนิด Li-ion นั้น คือ ไม่ให้ battery นั้นร้อนเกินไป เพราะ การที่ battery ร้อนมากๆนั้นจะทำให้ความสามารถในการเก็บประจุลดลง ทำให้ battery เกิดอาการเสื่อมเร็วนั่นเอง

การรีสตาร์ทไอโฟน



ไอที-โมบายเซ็นเตอร์ ( เยื้องที่ทำการไปรษณีย์ควนเนียง )

จำหน่าย - ซ่อม

คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุค
และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ
facebook : https://www.facebook.com/itmobile30

Blog : http://setupiphoneapp.blogspot.com/

หลายคนอาจสงสัยว่า เวลาเครื่องดับ ไม่ว่าจะดับเพราะอะไรก็ตาม จะแก้ไขอย่างไรให้มันกลับมาตื่น รวมไปถึงสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงทั้งหลาย หลายคนอาจรู้ หรือไม่รู้ว่าต้องแก้อย่างไร ในครั้งนี้ จึงขอแถลงไขวิธีการ และการแก้ไขเครื่อง ผ่านการใช้ปุ่ม Home พร้อมกับ Power ทั้งหมดดังนี้
วิธีการกดปุ่ม Home กับ Power พร้อมกันนั้น ปุ่ม home คือปุ่มที่อยู่ใต้หน้าจอ ส่วนปุ่ม Power คือปุ่มที่อยู่ด้านบนที่ไว้ล็อคจอ / เปิดเครื่อง ปิดเครื่อง สำหรับการกดที่ว่านี้ ให้ทำการกดสองปุ่มนี้ลงไปพร้อมกัน โดยไม่จำเป็นต้องสนสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าจอ สักครู่ต่อมา ตัวเครื่องจะดับและเปิดใหม่สักครู่ เมื่อติดรูปหน้าจอ Apple ให้ปล่อยมือได้

การกดปุ่ม Home กับ Power ค้างไว้พร้อมกัน แต่ล่ะแบบ จะมีผลดังนี้

- กดค้างไว้พร้อมกันจน Restart
- กดค้างลากจากการ Restart ครั้งแรก ในรอบที่สองของการ Restart จะเป็นการปิดเครื่อง

การกดปุ่ม Home กับ Power ค้างไว้พร้อมกันใช้ในโอกาสไรบ้าง

- เครื่องค้าง / เครื่องดับไปเองทุกกรณี
- ต้องการ Restart เครื่องหนึ่งรอบ
- App ที่ใช้งานบางตัว ที่ไม่สามารถทำงานได้ เมื่อกดแล้ว จะเป็นการคืนหน่วยความจำกลาง (RAM) เพื่อกลับมาใช้งานใหม่

ฉะนั้นแล้ว ทั้งหมดนี้ ถือว่าได้ทำความรู้จักกับการกดปุ่ม Home กับ Power เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรายังมีบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจดังนี้ และพบกันใหม่ในอาทิตย์หน้า กับ Tips ที่น่าสนใจเช่นเดิม^^




TAG : ซ่อมคอม, ซ่อมโน๊ตบุค, ร้านคอมควนเนียง

ร้านควนเนียงคอมพิวเตอร์ช็อปแอนด์เซอร์วิส ( ข้างเซเว่นอีเลฟเว่น )

โทร :: 0858933445

LINE : itmobile319

Facebook Page : https://goo.gl/UIefxU

หรือค้นหา :: Kncomshop

www.kncomshop.com

TAG : ซ่อมคอม, ซ่อมโน๊ตบุค, ร้านคอมควนเนียง


วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

"ปุ่ม" ของ iPhone กับความสามารถต่างๆ

ร้านควนเนียงคอมพิวเตอร์ช็อปแอนด์เซอร์วิส ( ข้างเซเว่นอีเลฟเว่น )
โทร :: 0858933445
LINE : itmobile319
Facebook Page : https://goo.gl/UIefxU

หรือค้นหา :: Kncomshop
www.kncomshop.com

ถึงแม้ว่า iPhone จะใช้วิธีการสั่งการ ผ่านหน้าจอสัมผัสเป็นหลัก แต่หลายคนอาจจะมองข้ามสิ่งเล็ก ๆ ที่ใช้บนโทรศัพท์มือถือมานานนับ 10 ปี อย่าง "ปุ่ม" ของ iPhone ไป ว่าเจ้าปุ่มเล็ก ๆ ที่มีเพียงไม่กี่ปุ่มรอบตัวเครื่อง จะมีความสามารถบางอย่างซ่อนอยู่ โดยที่เราคาดไม่ถึงว่า การสั่งการบางอย่าง ต้องทำด้วยปุ่มเท่านั้น


"หลายคนหาไม่เจอว่าจะตัดสายทิ้งอย่่างไร..."
ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่า "ปุ่ม" ของ iPhone นั้นทำอะไรได้บ้างกันดีกว่า



เริ่มที่ปุ่มแรก ถือเป็นหัวใจหลักของเครื่องเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อเปิดกล่อง iPhone ขึ้นมา เราจะเห็นปุ่มนี้เป็นปุ่มแรก
เจ้าปุ่มกลม ๆ บริเวณใต้หน้าจอ ที่มีชื่อว่า "ปุ่มโฮม"

หากกดปุ่มโฮม 1 ครั้งขณะที่จอดับ จะเข้าสู่หน้าจอปลดล็อค


กดปุ่มโฮม 1 ครั้งขณะอยู่ในโปรแกรมต่าง ๆ เพื่อออกจากโปรแกรม (รูปกลาง) กดอีกครั้งเพื่อไปหน้า Spotlight (รูปขวา)


ปกติใช่ไหมล่ะครับ เป็นปุ่มที่ทุกคนใช้กันอยู่ตลอดทุกวัน แต่หลายคนยังไม่รู้หรอกว่า...

กดปุ่มโฮม 1 ครั้งในหน้าจอโทรศัพท์ เพื่อใช้งานโปรแกรมอื่นขณะโทรศัพท์ได้

เมื่อกดออกไปแล้ว เราสามารถโทรศัพท์ไปพร้อมกับทำอย่างอื่นไปได้ เช่น บันทึกเบอร์โทรในสมุดโทรศัพท์, ดูนัดหมายในปฏิทิน
หรือแม้แต่เข้าเว็บเพื่อหาข้อมูลขณะที่ยังโทรศัพท์อยู่ได้ด้วย (ขึ้นอยู่กับเครือข่ายว่ารองรับหรือไม่) โดยเราสามารถแตะที่แถบแดงๆ ด้านบน เพื่อกลับเข้าสู่หน้าจอโทรศัพท์ได้


นอกจากการกด 1 ครั้งแล้ว หากกดปุ่มโฮม 2 ครั้งติดกัน ก็จะได้ความสามารถอื่นด้วยเช่นกัน อันได้แก่

กดปุ่มโฮม 2 ครั้งที่หน้าปลดล็อค เพื่อเรียกแถบควบคุมเพลงขึ้นมา


กดปุ่มโฮม 2 ครั้งในทุกหน้าจอที่กำลังใช้งาน เพื่อเรียกแถบโปรแกรมที่ใช้ล่าสุด



ปุ่มเปิด/ปิด หรือ นอนพัก/ตื่น (Sleep/Wake)





มาดูต่อที่ด้านบนของเครื่อง "ปุ่มเปิด/ปิด" หรือ "ปุ่มนอนพัก/ตื่น" (Sleep/Wake) ชื่ออาจจะฟังดูแปลกๆ แต่บริษัทผู้ผลิต iPhone อย่าง Apple เรียกชื่อปุ่มนี้แบบนี้จริง ๆ
สำหรับปุ่มนี้ ความสามารถที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้วเลยคือ กดค้างไว้จนขึ้นแถบปิดเครื่อง (รูปกลาง) แล้วเลื่อนเพื่อเปิด/ปิดเครื่อง (รูปขวา)




Tip สำหรับมือใหม่: iPhone ไม่จำเป็นต้องปิดเครื่องทุกครั้ง เพียงแค่ดับหน้าจอไว้ก็พอ โดยกดปุ่มเปิด/ปิด ทีเดียวเบา ๆ
การดับหน้าจอเพื่อประหยัดแบตเตอรี ทำได้โดยกดปุ่มเปิด/ปิด 1 ครั้ง




แต่ความสามารถของปุ่มนี้ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะขณะที่มีสายเรียกเข้า ปุ่มนี้ช่วยให้เราสั่งการบางอย่าง ที่เป็นความสามารถพื้นฐานของโทรศัพท์ได้ ได้แก่
กด 1 ครั้งในหน้าจอสายเข้า เพื่อตัดเสียงเรียกเข้า เหมาะกับเวลาอยู่ในห้องประชุม หรือห้องเรียนหรือ กด 2 ครั้ง เพื่อตัดสายเรียกเข้าทิ้งไปเลย โดยไม่ต้องกดรับสาย

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วิธี Update Firmware และ Restore ตอน 3 (จบ)


Update กับ Restore ต่างกันอย่างไร





การ Update เหมือนการใส่ตัวระบบใหม่เข้าไป โดยที่ข้อมูลทุกอย่าง ยังคงอยู่เหมือนเดิมในเครื่อง
แต่การ Restore คือการล้างเครื่อง iPhone ของเราใหม่ แล้วติดตั้งระบบเข้าไป เหมือนเวลาที่ซื้อเครื่องมาครั้งแรกนั่นเอง
การ Restore ควรทำต่อเมื่อ เครื่องมีปัญหา รวนบ่อย โปรแกรมค้างบ่อย ฯลฯ เป็นการทำให้ระบบเครื่องสะอาดขึ้น
การ Backup ก่อนทำการ Restore
เราแนะนำให้ Sync ข้อมูล กับ iTunes เป็นประจำ เพื่อสำรองข้อมูลเก็บไว้


การสำรองข้อมูล iTunes จะจัดการให้เราเองทุกอย่าง เมื่อมีการ Sync ข้อมูล
ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรูปถ่ายจากกล้อง, โปรแกรม, เซฟเกม, การตั้งค่า, รายชื่อผู้ติดต่อ, SMS, ตารางนัดหมายในปฏิทิน ฯลฯ







มีเพียงเพลง, วิดีโอ, หนังสือ, Ringtone และรูปภาพจากคอมพิวเตอร์เท่านั้น ที่ iTunes จะ Sync ให้ใหม่ หลังจากทำการ Restore
สามารถอ่านข้อมูลอย่างละเอียดของการ Backup ได้ที่ "วิธีการ Backup ข้อมูลใน iPhone"
***ควรอ่าน หากทำการ Restore เองเป็นครั้งแรก เพื่อสำรองข้อมูลเก็บไว้ก่อนการ Restore ข้อมูลจะได้ไม่สูญหาย

ขั้นตอนการ Restore (อย่าลืม Backup ข้อมูลก่อน)

หากเรามั่นใจแล้วว่า ได้ทำการ Backup ข้อมูลไว้แล้ว ให้คลิก Restore ได้เลย ขั้นตอนจะคล้ายกับการ Update
iTunes จะถามให้เรายืนยันว่า ต้องการ Restore เครื่องหรือไม่ เพราะการ Restore จะเป็นการล้างข้อมูลใน iPhone ทั้งหมด ให้กด Restore and Update

iTunes ยังคงจะถามซ้ำสอง เพื่อให้เราแน่ใจ ว่าจะ Restore เครื่องจริง ๆ ให้กด Restore



หลังจาก Restore เสร็จแล้ว iTunes จะแสดงหน้าจอดังนี้ ให้กด OK หรือรอจนกว่าหน้าจอจะหายไป






เมื่อการ Restore เสร็จสิ้น iPhone จะเปิดใหม่เอง แล้ว iTunes จะถามเราว่า เราต้องการทำเครื่องนี้ให้เป็นเครื่องใหม่ (ไม่ต้องลงอะไรเลย) หรือต้องการใช้ข้อมูลจากเครื่องเก่า ดังภาพ
  • Set up as a new iPhone ทำให้ iPhone เครื่องนี้เหมือนตอนซื้อมาใหม่เลย (สำหรับคนที่จะนำไปให้คนอื่นใช้ต่อ, อยากลงโปรแกรมใหม่หมด ฯลฯ)
  • Restore from the Backup of: ________ ให้นำข้อมูลเดิมกลับมาใช้ (สำหรับคนที่จะใช้ข้อมูลเดิม แค่อยาก Restore เพื่อแก้ปัญหาเครื่องรวน, หรือคนที่ซื้อเครื่องใหม่มาใช้ แล้วอยากใช้ข้อมูลเครื่องเก่า)
เมื่อเลือกได้แล้ว ให้คลิก Continue
คำเตือน: กรุณา “อ่าน” สิ่งที่ขึ้นเตือนบนจอให้ดี อย่าสักแต่ว่าจะคลิกเอา ๆ โดยที่ไม่อ่านข้อความใด ๆ ที่ขึ้นมา เพราะปัญหาที่ผ่านมา เกิดจากการที่ผู้ใช้ไม่ยอมอ่านสิ่งที่อยู่บนจอเสียมาก